มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งจากโรงอาหารหลักอย่างเป็นระบบตลอดปี พ.ศ. 2568
รายละเอียดโครงการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีดำเนินการติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง เพื่อส่งเสริมการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 2 (SDG 2: Zero Hunger)
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอาหารและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยดำเนินการติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งจากการให้บริการอาหารภายในมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณที่สะท้อนผลการดำเนินงานจริง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และนำไปใช้ประกอบการวางแผนป้องกันและลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง ตลอดจนส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 2 (SDG 2: Zero Hunger) โดยครอบคลุมการติดตามปริมาณอาหารเหลือทิ้ง (Campus Food Waste Tracking) ตามตัวชี้วัด SDG 2.2.1 และการคำนวณปริมาณอาหารเหลือทิ้งต่อประชากรมหาวิทยาลัย (Campus Food Waste per Capita) ตามตัวชี้วัด SDG 2.2.2
การติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งภายในมหาวิทยาลัย (SDG 2.2.1)
ในปี พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีดำเนินการติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งจากหน่วยบริการอาหาร (Catering Services) ภายในมหาวิทยาลัย โดยกำหนดขอบเขตการตรวจวัดในโรงอาหารหลักจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงอาหารอาคาร 36 และโรงอาหาร Canteen ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการประกอบ ปรุง และให้บริการอาหารแก่นักศึกษา บุคลากร และผู้ใช้บริการภายในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ จากทะเบียนผู้ประกอบการประจำปี พ.ศ. 2568 พบว่ามหาวิทยาลัยมีจุดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่เปิดดำเนินงานรวม 36 จุด โดยเป็นจุดจำหน่ายภายในโรงอาหารหลักทั้งสองแห่งจำนวน 28 จุด ส่วนอีก 8 จุดเป็นจุดจำหน่ายที่ตั้งอยู่นอกโรงอาหารหลัก ซึ่งจำหน่ายขนม เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปโดยไม่มีการประกอบหรือปรุงอาหาร ณ จุดจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้บริการตามพื้นที่ต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยการตรวจวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งในปีรายงานนี้ครอบคลุมเฉพาะโรงอาหารหลักทั้งสองแห่ง ไม่รวมจุดจำหน่ายภายนอกโรงอาหารและตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
มหาวิทยาลัยกำหนดกระบวนการติดตามปริมาณอาหารเหลือทิ้งให้เป็นแนวทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการรวบรวมเศษอาหารและอาหารเหลือทิ้งที่เกิดจากการให้บริการอาหารภายในโรงอาหารทั้งสองแห่ง จากนั้นแม่บ้านหรือผู้รับผิดชอบดำเนินการชั่งน้ำหนักอาหารเหลือทิ้งในแต่ละวันที่มีการให้บริการ โดยใช้หน่วยวัดเป็นกิโลกรัม เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณจากการชั่งน้ำหนักจริง ก่อนบันทึกข้อมูลผ่านระบบ Google Forms ซึ่งช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลมีความเป็นระบบ ลดความคลาดเคลื่อนจากการรวบรวมข้อมูลด้วยเอกสาร และอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง
ภายหลังการบันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่งานอาคารและสถานที่นำข้อมูลการชั่งน้ำหนักที่จัดเก็บไว้ในระบบมารวบรวม ตรวจสอบ และประมวลผล เพื่อจัดทำรายงานสรุปปริมาณอาหารเหลือทิ้งเป็นรายเดือนและรายปี โดยจำแนกข้อมูลตามสถานที่ตรวจวัด ทำให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของปริมาณอาหารเหลือทิ้งในแต่ละช่วงเวลา เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างโรงอาหาร และนำผลการติดตามไปใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาระบบจัดการอาหารเหลือทิ้งของมหาวิทยาลัยได้อย่างเหมาะสม
จากการรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ครอบคลุมรอบรายงานทั้ง 12 เดือน พบว่าโรงอาหารหลักทั้งสองแห่งมีปริมาณอาหารเหลือทิ้งรวมทั้งสิ้น 4,808 กิโลกรัม หรือ 4.808 เมตริกตัน โดยโรงอาหารอาคาร 36 มีปริมาณอาหารเหลือทิ้ง 2,465 กิโลกรัม หรือ 2.465 เมตริกตัน และโรงอาหาร Canteen มีปริมาณอาหารเหลือทิ้ง 2,343 กิโลกรัม หรือ 2.343 เมตริกตัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้จากการรวบรวมผลการชั่งน้ำหนักจริงและการบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดปีรายงาน
ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการมีระบบติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งที่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานชัดเจน ตั้งแต่การรวบรวม การชั่งน้ำหนัก การบันทึกข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล ไปจนถึงการประมวลผลและจัดทำรายงาน โดยมหาวิทยาลัยสามารถใช้ข้อมูลที่ได้เป็นฐานในการวิเคราะห์แนวโน้มการเกิดอาหารเหลือทิ้ง ประเมินผลการดำเนินงาน และกำหนดแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการอาหารและทรัพยากรภายในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง
การคำนวณปริมาณอาหารเหลือทิ้งต่อประชากรมหาวิทยาลัย (SDG 2.2.2)
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีนำผลการติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งประจำปี พ.ศ. 2568 มาคำนวณปริมาณอาหารเหลือทิ้งต่อประชากรมหาวิทยาลัย (Campus Food Waste per Capita) เพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงปริมาณประกอบการติดตามและประเมินผลตามตัวชี้วัด SDG 2.2.2 Campus Food Waste ภายใต้เกณฑ์การประเมิน THE Sustainability Impact Ratings 2027 โดยใช้ปริมาณอาหารเหลือทิ้งรวมจากหน่วยบริการอาหารที่อยู่ในขอบเขตการตรวจวัดเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรมหาวิทยาลัยแบบเทียบเท่าเต็มเวลา (Full-Time Equivalent: FTE) ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยในปีเดียวกัน
ในปี พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยมีจำนวนประชากรแบบเทียบเท่าเต็มเวลารวมทั้งสิ้น 7,927 FTE ประกอบด้วยนักศึกษาแบบเทียบเท่าเต็มเวลา (FTE Students) จำนวน 7,079 FTE และบุคลากรแบบเทียบเท่าเต็มเวลา (FTE Employees) จำนวน 848 FTE โดยใช้จำนวนประชากรดังกล่าวเป็นฐานในการคำนวณปริมาณอาหารเหลือทิ้งต่อประชากรมหาวิทยาลัย เพื่อให้ข้อมูลปริมาณอาหารเหลือทิ้งและข้อมูลประชากรเป็นข้อมูลจากปีรายงานเดียวกัน
เมื่อพิจารณาปริมาณอาหารเหลือทิ้งรวมจากโรงอาหารอาคาร 36 จำนวน 2.465 เมตริกตัน และโรงอาหาร Canteen จำนวน 2.343 เมตริกตัน พบว่ามหาวิทยาลัยมีปริมาณอาหารเหลือทิ้งรวม 4.808 เมตริกตันต่อปี เมื่อนำมาหารด้วยจำนวนประชากรแบบเทียบเท่าเต็มเวลา 7,927 FTE จะได้ปริมาณอาหารเหลือทิ้งเฉลี่ยเท่ากับ **0.000607 เมตริกตันต่อ FTE ต่อปี หรือประมาณ 0.607 กิโลกรัมต่อ FTE ต่อปี** โดยผลการคำนวณดังกล่าวสะท้อนปริมาณอาหารเหลือทิ้งที่เกิดจากการให้บริการอาหารภายในโรงอาหารหลักทั้งสองแห่งที่อยู่ในขอบเขตการติดตาม มิใช่ปริมาณอาหารเหลือทิ้งจากทุกพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย
ข้อมูลปริมาณอาหารเหลือทิ้งต่อประชากรดังกล่าวสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผลการชั่งน้ำหนักและการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการอาหารภายในมหาวิทยาลัยได้ อีกทั้งยังเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการติดตามแนวโน้มปริมาณอาหารเหลือทิ้งในระยะยาว การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างปี และการประเมินประสิทธิผลของมาตรการลดอาหารเหลือทิ้ง เพื่อสนับสนุนการวางแผนปรับปรุงระบบการบริหารจัดการอาหารและทรัพยากรของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การนำอาหารเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
นอกจากการติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งแล้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณียังให้ความสำคัญกับการนำวัสดุอินทรีย์เหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ โดยภายหลังการรวบรวม ชั่งน้ำหนัก และบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว มหาวิทยาลัยนำอาหารเหลือทิ้งเข้าสู่กระบวนการผลิตสารปรับปรุงดิน เพื่อลดปริมาณวัสดุอินทรีย์ที่ต้องนำไปกำจัด และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายในมหาวิทยาลัย
จากข้อมูลกระบวนการผลิต พบว่าเศษอาหารประมาณ 100 กิโลกรัม สามารถนำมาผลิตสารปรับปรุงดินได้ประมาณ 25–30 กิโลกรัม ทั้งนี้ ปริมาณสารปรับปรุงดินที่ผลิตได้ขึ้นอยู่กับชนิด องค์ประกอบ และความชื้นของเศษอาหาร โดยสารปรับปรุงดินที่ผลิตได้นำกลับไปใช้บำรุงต้นไม้และพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วยเพิ่มประโยชน์จากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้ และส่งเสริมแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังคงนับรวมปริมาณอาหารเหลือทิ้งที่นำไปผลิตสารปรับปรุงดินไว้ในปริมาณอาหารเหลือทิ้งที่ตรวจวัดได้ประจำปี เพื่อให้ผลการรายงานสะท้อนปริมาณอาหารเหลือทิ้งที่เกิดขึ้นจริงก่อนนำเข้าสู่กระบวนการจัดการหรือใช้ประโยชน์ โดยไม่หักปริมาณที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ออกจากยอดรวมที่ตรวจวัดได้
การใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบจัดการอาหารเหลือทิ้งอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานติดตามและวัดปริมาณอาหารเหลือทิ้งอย่างต่อเนื่องช่วยให้มหาวิทยาลัยมีฐานข้อมูลเชิงปริมาณจากการปฏิบัติงานจริง ซึ่งสามารถนำมาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการอาหารเหลือทิ้งบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Food Waste Management) โดยเฉพาะการติดตามแนวโน้มปริมาณอาหารเหลือทิ้ง การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างโรงอาหารและระหว่างปี ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการกำหนดมาตรการป้องกันและลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งภายในมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ ข้อมูลจากระบบการติดตามยังสามารถใช้ประกอบการพัฒนากระบวนการรวบรวมและจัดการอาหารเหลือทิ้งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนการนำวัสดุอินทรีย์กลับมาใช้ประโยชน์ผ่านกระบวนการผลิตสารปรับปรุงดิน ทั้งนี้ การจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลและการจัดทำรายงานผลอย่างต่อเนื่องยังช่วยให้มหาวิทยาลัยมีหลักฐานการดำเนินงานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระยะยาว
การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 2 (SDG 2: Zero Hunger) ในด้านการติดตามและบริหารจัดการอาหารเหลือทิ้งภายในมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังสนับสนุนเป้าหมายที่ 12 (SDG 12: Responsible Consumption and Production) โดยเฉพาะเป้าหมายย่อย 12.3 ด้านการลดอาหารเหลือทิ้ง และเป้าหมายย่อย 12.5 ด้านการลดการเกิดของเสียผ่านการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ ตลอดจนมีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายที่ 13 (SDG 13: Climate Action) และเป้าหมายที่ 15 (SDG 15: Life on Land) ผ่านการส่งเสริมแนวทางจัดการทรัพยากรและการนำสารปรับปรุงดินกลับมาใช้ดูแลพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีมุ่งมั่นพัฒนาระบบติดตามและจัดการอาหารเหลือทิ้งอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลจากการดำเนินงานจริงเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ วางแผน และปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการอาหารและทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสนับสนุนการลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และขับเคลื่อนการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
- https://drive.google.com/file/d/1kd_B685pdQ1TEn6_M...
- https://news.rbru.ac.th/attach/2025/service2025101...
