saraban@rbru.ac.th 039-319111 ต่อ 0

มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีเปิดให้เกษตรกรและผู้ผลิตอาหารท้องถิ่นเข้าถึงเครื่องมือ FT-NIR และฐานเรียนรู้การผลิตอาหารโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน (University Access to Local Farmers and Food Producers) ประจำปี 2568

1 ม.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2568
ผู้รับผิดชอบ: คณะเทคโนโลยีการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก
ขอบเขตเป้าหมายโครงการ: นโยบายและการบริหารจัดการ วิจัยและนวัตกรรม การมีส่วนร่วมสู่ท้องถิ่น
รายละเอียดโครงการ

ในปี พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีเปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ผลิตทางการเกษตร และผู้ประกอบการอาหารในท้องถิ่นเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และฐานเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย (Access to University Facilities, Laboratories, Equipment and Technology) ผ่านศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก คลินิกเทคโนโลยี และฐานเรียนรู้ด้านการเกษตร โดยมีบริการและกิจกรรมที่เปิดให้เข้าถึงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (Free Access) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผลผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และแนวทางการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน (Sustainable Farming Practices)

1. การเปิดให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี FT-NIR โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (Free Access to University Laboratory Technology)
มหาวิทยาลัยเปิดให้เกษตรกร ผู้รับจ้างตัดทุเรียน และผู้ประกอบการล้งทุเรียนเข้าถึงบริการตรวจวัดความอ่อน–แก่ของทุเรียนด้วยเทคโนโลยี FT-NIR (Fourier Transform Near-Infrared Spectroscopy) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ในฤดูกาลผลิตปี พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยดำเนินงานระหว่างวันที่ 24 มีนาคม–30 เมษายน 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก โดยมีรายงานผลการให้บริการจำนวน 182 ราย และตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างทุเรียนจำนวน 280 ตัวอย่าง

2025 Service Results: 182 Service Recipients and 280 Durian Samples Tested

กระบวนการให้บริการประกอบด้วยการรับและลงทะเบียนตัวอย่าง การเตรียมตัวอย่างทุเรียน การตรวจวัดด้วยเครื่อง FT-NIR การประมวลผล และการรายงานผล เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ประกอบการพิจารณาความแก่ของทุเรียนและความเหมาะสมของการเก็บเกี่ยว

การเปิดให้เข้าถึงเครื่องมือดังกล่าวช่วยให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยมีอยู่ โดยไม่ต้องจัดหาเครื่องมือวิเคราะห์ด้วยตนเอง และมีข้อมูลสำหรับลดความเสี่ยงในการเก็บเกี่ยวทุเรียนที่ยังไม่ได้คุณภาพ อันเป็นแนวทางสนับสนุนการลดความสูญเสียของผลผลิตก่อนเข้าสู่ตลาด (Reduction of Post-Harvest Loss Risks) และการจัดการผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

2. การเปิดใช้ฐานเรียนรู้เพาะเห็ดและอุปกรณ์ของมหาวิทยาลัยแก่ชุมชน (Free Access to Agricultural Learning Facilities)
นอกจากเครื่องมือวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว มหาวิทยาลัยยังเปิดให้ชุมชนภายนอกเข้าถึงฐานเรียนรู้และทรัพยากรด้านการผลิตอาหาร ผ่านศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตร

ในปี พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยเปิดฐานเรียนรู้การเพาะเห็ดให้ชุมชนตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี เข้าถึงสถานที่และอุปกรณ์สำหรับฝึกปฏิบัติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (Free Access to Agricultural Facilities and Equipment)

ผู้เข้าร่วมได้ใช้ฐานเรียนรู้และอุปกรณ์ในการฝึกทำก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรม พร้อมนำก้อนเชื้อที่จัดทำกลับไปบ่มและเปิดดอก เพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับบริโภคในครัวเรือน

การดำเนินงานดังกล่าวแสดงถึงการเปิดให้บุคคลภายนอกใช้ประโยชน์จากทรัพยากรการผลิตอาหารของมหาวิทยาลัยจริง ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และวัสดุสำหรับฝึกปฏิบัติ ช่วยสนับสนุนทักษะการผลิตอาหาร การพึ่งพาตนเองด้านอาหาร (Household Food Self-Reliance) และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับชุมชน

3. การนำเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยออกให้บริการแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ (University Technology Outreach)
มหาวิทยาลัยยังขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการตรวจวิเคราะห์ผลผลิตทางการเกษตรไปยังสถานประกอบการท้องถิ่น ผ่านการดำเนินงานของคลินิกเทคโนโลยีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 มหาวิทยาลัยดำเนินกิจกรรมคัดกรองสาร Basic Yellow 2 (BY2) เบื้องต้นในทุเรียน โดยลงพื้นที่เก็บตัวอย่างจากผู้ประกอบการล้งทุเรียนจำนวน 3 แห่ง ในอำเภอเมืองและอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นตัวอย่างการนำบุคลากร ความเชี่ยวชาญ และกระบวนการตรวจวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยออกสนับสนุนผู้ผลิตและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อช่วยในการตรวจสอบคุณภาพและเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานผลผลิตก่อนเข้าสู่ตลาด

ทั้งนี้ กิจกรรมคัดกรอง BY2 เป็นหลักฐานสนับสนุนการนำเทคโนโลยีออกให้บริการภายนอกมหาวิทยาลัย โดยแยกจากกิจกรรม FT-NIR และฐานเรียนรู้เพาะเห็ดซึ่งมีการยืนยันเงื่อนไขการให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

4. รูปแบบการเปิดให้เกษตรกรและผู้ผลิตอาหารเข้าถึงทรัพยากรของมหาวิทยาลัย (University Facilities and Technology Access)
การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยครอบคลุมการเปิดให้เข้าถึงทรัพยากรในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่
- Free Access to Laboratory Technology: การเปิดให้ใช้บริการตรวจความอ่อน–แก่ทุเรียนด้วย FT-NIR โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- Access to University Facilities: การเปิดสถานที่และฐานเรียนรู้ทางการเกษตรแก่ผู้เข้าร่วมจากชุมชนภายนอก
- Access to Agricultural Equipment: การใช้อุปกรณ์และวัสดุฝึกปฏิบัติสำหรับการผลิตเห็ดเพื่อเป็นอาหาร
- Technology Outreach: การนำกระบวนการตรวจวิเคราะห์และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยออกสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่
- Sustainable Agricultural Production: การส่งเสริมการใช้ข้อมูลคุณภาพผลผลิตและเทคโนโลยีการผลิตอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงด้านคุณภาพและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเปิดให้ผู้ผลิตภายนอกเข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่จริง ไม่จำกัดเพียงการเผยแพร่ความรู้หรือการบรรยายทางวิชาการ

5. ผลการดำเนินงานและความสอดคล้องกับ THE SDG 2.5.3
ในปี พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีเปิดให้เกษตรกรและผู้ผลิตอาหารท้องถิ่นเข้าถึงเครื่องมือวิทยาศาสตร์และฐานเรียนรู้ทางการเกษตรโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีบริการตรวจวัดความอ่อน–แก่ทุเรียนด้วยเทคโนโลยี FT-NIR ซึ่งรายงานผู้รับบริการ 182 ราย และการตรวจวิเคราะห์ทุเรียน 280 ตัวอย่าง รวมทั้งการเปิดให้ชุมชนตำบลท่าช้างใช้ฐานเรียนรู้และอุปกรณ์ฝึกผลิตเห็ดเพื่อเป็นอาหาร นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการนำเทคโนโลยีออกให้บริการคัดกรองสาร BY2 เบื้องต้นแก่ผู้ประกอบการล้งทุเรียน 3 แห่ง

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับ SDG 2: Zero Hunger โดยเฉพาะ THE Indicator 2.5.3 University Access to Local Farmers and Food Producers ซึ่งพิจารณาการเปิดให้เกษตรกรและผู้ผลิตอาหารในท้องถิ่นเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกของมหาวิทยาลัย เช่น ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยี และทรัพยากรการผลิต เพื่อสนับสนุนแนวปฏิบัติทางการเกษตรอย่างยั่งยืน (Provide Access to University Facilities to Improve Sustainable Farming Practices)

นอกจากนี้ การดำเนินงานยังสนับสนุน SDG 4: Quality Education ผ่านการใช้ฐานเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ SDG 8: Decent Work and Economic Growth ผ่านการสนับสนุนศักยภาพการผลิตทางการเกษตร SDG 9: Industry, Innovation and Infrastructure ผ่านการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี SDG 12: Responsible Consumption and Production ผ่านการส่งเสริมการจัดการคุณภาพและลดความเสี่ยงต่อความสูญเสียของผลผลิต และ SDG 17: Partnerships for the Goals ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรกร และผู้ประกอบการท้องถิ่น

โดยภาพรวม มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของมหาวิทยาลัยร่วมกับชุมชน ทั้งในรูปแบบบริการเครื่องมือวิทยาศาสตร์ การใช้สถานที่และอุปกรณ์เพื่อฝึกปฏิบัติ และการนำเทคโนโลยีออกให้บริการในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการผลิตอาหารที่มีคุณภาพ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่น

SDG ที่เกี่ยวข้อง
SDG 2 : ขจัดความหิวโหย
SDG 4 : การศึกษาที่มีคุณภาพ
SDG 8 : การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
SDG 9 : อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน
SDG 12 : แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
SDG 17 : ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน